<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องป.นายทุนฮุบที่สาธารณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีร้องกองปราบฯ นายทุน 13 รายสร้างโรงแรม รีสอร์ตรุกชายหาดสาธารณะ แม้ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว แต่ยังดื้อแพ่งไม่ยอมย้ายออก ทั้งขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายพิทยา&amp;nbsp;อินทร์คง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรี&amp;nbsp;ต.เพชรพะงัน&amp;nbsp;อ.เกาะพะงัน&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เกาะพะงัน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน พร้อมนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางเข้าพบ&amp;nbsp;พ.ต.ท.แสงชัย&amp;nbsp;เหล่ากิจรุ่งเรือง รอง&amp;nbsp;ผกก. (สอบสวน)&amp;nbsp;กก.5&amp;nbsp;บก.ป.&amp;nbsp;เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;รายที่สร้างโรงแรมและรีสอร์ตรุกชายหาดสาธารณะแหลมสนบนเกาะพะงัน เนื้อที่เกือบ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยนำภาพถ่ายดาวเทียม&amp;nbsp;รวมถึงเอกสารคำพิพากษาของศาลฎีกามามอบไว้เป็นหลักฐาน&amp;nbsp;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้&amp;nbsp;ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิทยากล่าวว่า เดิมเมื่อปี 2520 มีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าว มีการขุดทรายมาถมในทะเล ทำให้เกิดพื้นที่งอกขึ้นมา 119 ไร่ ต่อมามีกลุ่มนายทุนรวม 12 รายบุกรุก ก่อสร้างที่พักอาศัยและรีสอร์ต บางรายให้ชาวต่างชาติเช่าช่วงต่อ ทำให้เกิดความเสียหายโดยประชาชนไม่สามารถใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเกาะพะงันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน จนเมื่อปี 2546 ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ที่พื้นดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน แต่กลุ่มนายทุนกลับไม่มีการย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาเทศบาลพยายามเคลื่อนไหวประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการรื้อถอนแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ต่อมาเมื่อ 15 ต.ค.2562 เทศบาลตำบลเพชรพะงัน พยายามเข้าดำเนินการรื้อถอน แต่ถูกกำนันตำบลเกาะพะงัน เป็นแกนนำประชาชนขัดขวางการรื้อถอนของเจ้าหน้าที่ จึงเข้าร้องทุกข์กับผู้บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ขัดขวางการดำเนินการของพนักงานในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ปลัดเทศบาล และ ผอ.กองช่างกลับถูกผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ย้ายออกนอกพื้นที่ หลังมีความพยายามเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ดังกล่าว จึงต้องมาร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามให้ช่วยเหลือ เชื่อว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อยู่เบื้องหลังทำให้ไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและรีสอร์ตบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรณณรงค์กล่าวว่า กรณีดังกล่าวคล้ายคลึงกรณี ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ บุกรุกพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่จังหวัดราชบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่เทศบาลพยายามดำเนินการตามคำสั่งศาล แต่กลับถูกผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม แสดงให้เห็นว่ามีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย จึงต้องออกมาต่อสู้และเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวบ้านในพื้นที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51272</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิทยา อินทร์คง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde728f5e4cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
